<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247</id><updated>2011-08-07T04:30:27.694-07:00</updated><category term='แชร์ลูกโซ่'/><category term='ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา'/><category term='กลลวง'/><category term='members'/><category term='ปลูกข้าว'/><category term='ธุรกิจผิดกฏหมาย'/><category term='วิธีการเพิ่มผลผลิตต่อนาข้าว'/><category term='Teacup Society'/><category term='Thailand'/><category term='นโยบายพรรคการเมือง'/><category term='ระบบการศึกษาไทย'/><title type='text'>รวมมิตรสาระกับสัปเพเหระและสารพันปัญหาในวังวนของประเทศไทย</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247.post-2151752199095917071</id><published>2008-08-14T08:54:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T02:50:48.704-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กลลวง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แชร์ลูกโซ่'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ธุรกิจผิดกฏหมาย'/><title type='text'>แชร์ลูกโซ่ ธุรกรรมแห่งความโลภ</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แชร์ลูกโซ่ เป็นขบวนการที่มีลักษณะชวนคนมาเป็นสมาชิก โดยต้องจ่ายค่าสมัครและมีหน้าที่ไปชวนคนอื่นมาสมัครเป็นสมาชิกต่อเนื่อง หากมีคนมาสมัครก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น(ค่าหัวคิว)จนได้เงินที่จ่ายไปครั้งแรกคืน และสมาชิกจะหาสมาชิกใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ จนเป็นเครือข่ายพีระมิด&lt;br /&gt;ซึ่งวิธีการจะคล้ายกับการขยายฐานสมาชิกของธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น (MLM) ในประเทศไทย ถือว่า &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมาย&lt;/span&gt; จึงมีการแอบแฝง &lt;span style="color:#666600;"&gt;สร้างฉากเอาธุรกิจมาบังหน้า&lt;/span&gt; ทำทีว่าเป็นบริษัทขายสินค้า และบริการสาระพัดสาระพัน แต่โดยเนื้อแท้แล้วบริษัทพวกนี้มุ่งที่จะเอาเงินสมาชิกใหม่ มาหมุนใช้และจ่ายค่าตอบแทนสมาชิกเก่า ซึ่งโดยธรรมชาติของแชร์ลูกโซ่มันจะมีระยะเวลา เมื่อครบวงจร จะไม่สามารถหาเงินมาตอบแทนสมาชิกทั้งหมดได้ เมื่อนั้นบรรดามิจฉาชีพก็จะปิดกิจการ หลบหนีไปสร้างความเสียหายให้กับสมาชิกที่ร่วมลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#003300;"&gt;วิธีสังเกตเบื้องต้นว่ากิจการที่จะเข้าไปร่วมลงทุนนั้น เป็นแชร์ลูกโซ่แฝงตัวมาหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ก็ให้พิจารณาจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ค่าสมัครสมาชิกค่อนข้างสูงและถูกบังคับให้ต้องซื้อสินค้าพร้อมกับการสมัคร ซึ่งเริ่มตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ในขณะที่ธุรกิจขายตรงจริง ๆ ค่าสมัครสมาชิกจะไม่สูง เพราะเป็นแต่เพียงค่าธรรมเนียม ค่าเอกสาร&lt;br /&gt;2. ไม่สนใจที่จะขายสินค้าหรือบริการ แต่จะเน้นที่การหาสมาชิกใหม่ ว่าหาได้กี่คน ได้ผลตอบแทนกี่หมื่น กี่พัน และสินค้าที่นำมาขายบังหน้าก็มักจะเป็นของไม่มีคุณภาพ ไม่ระบุแหล่งผลิตที่ชัดเจน อวดอ้างสรรพคุณพิสดารเกินจริง&lt;br /&gt;3. รายได้ค่าตอบแทนสมเหตุสมผลกับการทำงาน เพราะไม่มีธุรกิจใดที่จะลงทุนต่ำแล้วให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ อย่าโลภหลงไปกับตัวเลขผลกำไรที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาหลอกล่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนรู้ทั้งรู้ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่แต่พอเห็นตัวเลขกำไร ก็อดไม่ได้ที่จะเสี่ยง คนประเภทนี้ ร้อยทั้งร้อยก็เจ๊ง หมดเนื้อหมดตัว เพราะแชร์ลูกโซ่คือ ธุรกรรมที่มีไว้เชือดคนโลภ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แจ้งเบาะแสหรือต้องการตรวจสอบข้อมูลได้ที่ สศก. ถ้าตกเป็นเหยื่อแจ้งดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องกลัวว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิด แจ้งได้ทุก สถานีตำรวจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : &lt;a href="http://www.kalathai.com/"&gt;http://www.kalathai.com/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3267214848244067247-2151752199095917071?l=thaishouldknow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/2151752199095917071/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3267214848244067247&amp;postID=2151752199095917071' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/2151752199095917071'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/2151752199095917071'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/2008/08/blog-post_7408.html' title='แชร์ลูกโซ่ ธุรกรรมแห่งความโลภ'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247.post-2020287367070811081</id><published>2008-08-14T03:34:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T02:51:46.717-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระบบการศึกษาไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นโยบายพรรคการเมือง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา'/><title type='text'>มาสืบหาต้นตอของปัญหาระบบการศึกษากันเหอะ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลังจากที่เพื่อนๆรู้ข้อเท็จจริงต่างๆข้างล่างนี้แล้ว ก็อยากให้มาดูข้อเสนอของฝ่ายต่างๆที่เข้ามาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องระบบการศึกษาและลองมาเปรียบเทียบดูกับแนวนโยบายของพรรคต่างๆ แล้ววิเคราะห์แนวโน้มความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทยในอนาคตนะคะ แล้วก็มาหาต้นตอของปัญหากันว่าทำไมประเทศไทยจึงแก้ไขปัญหาเรื่องระบบการศึกษาไม่ได้ซักทีทั้งๆที่มีทั้งข้อเสนอดีๆต่างๆเหล่านี้อยู่แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;****************************************&lt;br /&gt;การแก้จุดอ่อนการศึกษาไทย&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;1. ข้อเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ได้แก่&lt;br /&gt;1)จุดอ่อนที่เด็กอายุก่อน6ขวบซึ่งเป็นช่วงเหมาะสมที่สุดในการพัฒนา โดยธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่าควรจะเพิ่มทั้งการอบรมสั่งสอนและการให้ความรู้ ซึ่งจะดีมากหาก&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;เพิ่มการศึกษาภาคบังคับจาก12ปี เป็น15ปี ให้เริ่มการสนับสนุนจากเด็กอายุประมาณ3ขวบ เพื่อให้เด็กไปโรงเรียนเร็วขึ้น&lt;/span&gt; ซึ่งรัฐบาลควรให้การอบบรมผ่านครูและการให้กินนมหรืออาหารเสริมจากโรงเรียนได้ซึ่งดีกว่าการให้เงินพ่อแม่&lt;br /&gt;2) &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ต้องยกระดับโรงเรียนของรัฐบาล&lt;/span&gt;และโรงเรียนในชนบทให้เท่าเทียมกับโรงเรียนเอกชน เพื่อลดช่องว่างคนรวยและคนจนให้ห่างกันน้อยลง&lt;br /&gt;3)&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ดูแลครูเพิ่มขึ้น&lt;/span&gt; ทั้งในด้านการเสริมความรู้ การดูแลด้านหนี้สิน และปรับโครงสร้างเงินเดือนให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้&lt;br /&gt;4)&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ความไม่เท่าเทียมโอกาสทางการศึกษา&lt;/span&gt; คนภาคอีสานได้รับการศึกษาน้อยกว่าภาคอื่น และเด็กที่มีฐานะดีมีการศึกษาที่ดีกว่า&lt;br /&gt;5 การลงทุนด้านงบประมาณของรัฐ &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ควรเน้นลงทุนในช่วงวัยเด็กเล็ก&lt;/span&gt; เพราะเป็นช่วงที่ทำให้เด็กมีประสิทธิภาพจากการลงทุนสูงสุด แต่ปัจจุบันไทยลงทุนด้านอุดมศึกษาสูงกว่า ไทยควรวางนโยบายการพัฒนาคนต้องกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นทั้งโรงเรียน บริษัท และตลาดแรงงาน โดยใช้ระบบภาษีมาจูงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. แก้จุดอ่อนการศึกษาไทย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอจากนักวิชาการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;นักวิชาการศึกษาทั้งหลายส่วนใหญ่ได้ สรุปว่าปัญหาใหญ่การศึกษาไทยอยู่ที่ผลผลิตที่ยังไม่ดีพอ คือการคิดและการอ่าน&lt;br /&gt;ปัญหาด้านทักษะการคิดของไทยมี4ประการคือ&lt;br /&gt;1.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดผิด&lt;/span&gt;:คิดแบบเอาเปรียบ,คิดเรียนลัด,คิดเก็งกำไร&lt;br /&gt;2.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดไม่เป็น&lt;/span&gt; :ตามผู้อื่น,เลียนแบบ,เชื่อเพราะผู้พูดเป็นผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโส&lt;br /&gt;3.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ไม่คิด&lt;/span&gt;: ติดนิสัยพึ่งพาผู้อื่น,เชื่อตัวบุคคล,เชื่อนักวิชาการ,เชื่อหนังสือพิมพ์โดยไม่ไตร่ตรอง&lt;br /&gt;4.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดแล้วไม่ทำ&lt;/span&gt; ประชุมเสร็จก็เลิกรา, ปล่อยให้คนที่รับผิดชอบไปทำคนเดียว, ไม่ช่วยระดมในรูปกลุ่ม ดังนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;การแก้วิธีคิด&lt;/span&gt;ให้ถูกจุดทำได้ 2วิธีคือ&lt;br /&gt;ก. ต้องสอนให้&lt;span style="color:#66cccc;"&gt;คิดได้ 10มิติ&lt;/span&gt; ได้แก่&lt;br /&gt;1. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงวิพากษ์&lt;/span&gt; ค้นหาจุดดีจุดอ่อน&lt;br /&gt;2. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงวิเคราะห์&lt;/span&gt; จำแนกแจกแจง, หาเหตุผล&lt;br /&gt;3. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงสังเคราะห์&lt;/span&gt; นำข้อมูลไปรวมกันเป็นสถานการณ์ใหม่&lt;br /&gt;4. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงเปรียบเทียบ&lt;/span&gt; ชั่งน้ำหนัก เชื่อมโยงกับสิ่งอื่น&lt;br /&gt;5. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงมโนทัศน์&lt;/span&gt; คิดถึงแก่น,หลักการ,ปรัชญา&lt;br /&gt;6.&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงประยุกต์&lt;/span&gt; นำไปทดลองใช้ในรูปแบบอื่น&lt;br /&gt;7.&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงกลยุ&lt;/span&gt;ทธ ค้นหากลอุบายทางเลือกไปสู่ความสำเร็จ&lt;br /&gt;8.&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงบูรณาการ&lt;/span&gt; คิดแบบผสมผสาน,ใช้ความรู้รอบด้านมาตอบ&lt;br /&gt;9.&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงสร้างสรรค์&lt;/span&gt; คิดสร้าง,ค้นหาสิ่งแปลกใหม่ไม่เคยมีมาก่อน และ&lt;br /&gt;10.&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;คิดเชิงอนาคต&lt;/span&gt; วาดไปในอนาคต คาดการณ์จะเกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ&lt;strong&gt;แก้วิธีคิด&lt;/strong&gt;ให้ถูกจุดด้วยการสอนโดยถ่ายทอดให้เรียนรู้และคิดด้วยตนเอง ได้แก่&lt;br /&gt;1. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ผสมผสานสรรพวิชาเข้าด้วยกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;2. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ให้รู้จักเรื่องใกล้ตัวก่อน&lt;/span&gt; แล้วจึงขยายวงออกไป&lt;br /&gt;3. &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;รู้จักตนเองก่อน จึงรู้จักผู้อื่น กลุ่มอื่น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;4. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;นำเรื่องที่เหมาะสมกับตนเองมาก่อน ง่ายก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;5. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ให้รู้เท่าทัน&lt;/span&gt;การเปลี่ยนแปลงของสังคม&lt;br /&gt;6. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ไม่ติดยึดตำรา แหล่งเรียนรู้แหล่งเดียว อ่านให้มาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;7. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;เปิดใจให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง&lt;/span&gt; ไปค้นหาเพิ่มเติม&lt;br /&gt;8. &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ทำให้ผู้เรียนรู้ว่ามีสิ่งที่รู้แล้วแต่ยังไม่รู้อีกมาก&lt;/span&gt; ต้องใฝ่รู้มากขึ้น&lt;br /&gt;9. &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;สอนให้ฟังไปอ่านไปแล้วคิดตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การ แก้จุดอ่อนการศึกษาไทยด้านการคิดของนักศึกษาต้องแก้ที่อาจารย์ระดับอุดมศึกษาให้เกิดการสอนแบบมืออาชีพ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้การบรรยาย ซึ่งไม่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา &lt;span style="color:#000099;"&gt;ตัวอาจารย์จึงต้องปรับปรุงตนเอง&lt;/span&gt; คือ&lt;br /&gt;1.&lt;span style="color:#333399;"&gt;เน้นการสอนเพื่อการถ่ายทอดความรู้น้อยลง&lt;/span&gt; เพราะ นักศึกษาเข้าถึงแหล่งความรู้ได้หลากหลายผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่&lt;br /&gt;2.&lt;span style="color:#333399;"&gt;เน้นพัฒนาทักษะเรียนรู้และเข้าถึงความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;3.&lt;span style="color:#333399;"&gt;เน้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;4.&lt;span style="color:#333399;"&gt;เน้นพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหามากขึ้น&lt;/span&gt; ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการศึกษาไทยทุกระดับและ&lt;br /&gt;5.&lt;span style="color:#333399;"&gt;เน้นบูรณาการการเรียนกับการทำงานมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;แก้จุดอ่อนการศึกษาไทยด้านการอ่าน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี&lt;/span&gt; ได้ชี้ชัดว่าการที่คนไทยอ่านน้อยคือต้นตอวิกฤตของบ้านเมือง จึงควรแก้ไขโดย&lt;br /&gt;1. ส่งเสริมให้มี&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;ชมรมรักการอ่านในทุกหมู่บ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;2.&lt;span style="color:#ff6600;"&gt; จัดหาหนังสือนิทานดีๆ ให้ทุกครอบครัวอ่าน&lt;/span&gt; โดยเฉพาะให้ลูกอ่าน&lt;br /&gt;3. แจกจ่าย&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;หนังสือเด็กเล่มแรกให้ทุกครอบครัวที่มีเด็กเกิดใหม่&lt;/span&gt; เพื่อรณรงค์รักการอ่าน&lt;br /&gt;4.ฟื้นฟูการอ่านในระบบการศึกษาจากอดีตที่มีวิชาการ&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;สอนย่อความ อ่านจับใจความ&lt;/span&gt;ในระบบการศึกษาทุกระดับ&lt;br /&gt;5.&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;จัดประกวดการอ่าน&lt;/span&gt;ทั้งแผ่นดินในรูปแบบเดียวกับการสอบจอหงวนของจีน ให้เกิดวัฒนธรรมเชิดชูการอ่าน&lt;br /&gt;6.รัฐต้องจัด&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;ทำรายการอ่านทางสถานีโทรทัศน์&lt;/span&gt; และ&lt;br /&gt;7.&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;รวบรวมศิลปินสร้างประติมากรรมสัญลักษณ์ให้ทุกวัยรักการอ่าน&lt;/span&gt; (ตัวอย่างที่เมืองเปียงยาง เกาหลีเหนือ มีประติมากรรมขนาดใหญ่เป็นรูปเยาวชนหนุ่มสาวถือหนังสือ พร้อมเขียนข้อความปลุกระดมให้หนุ่มสาวต้องมีหนังสือติดมือตลอดและอ่านทุกที่ทุกครั้งที่มีโอกาส)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;การฝึกทักษะการอ่าน&lt;/span&gt;เพื่อเรียนรู้ควรเป็นไปตามหลักการคือ&lt;br /&gt;1.&lt;span style="color:#009900;"&gt;การสืบค้นสาระอ่าน&lt;/span&gt;เพื่อสืบหรือดึงเนื้อหาที่อ่านออกมา&lt;br /&gt;2.&lt;span style="color:#009900;"&gt;การแปลหรือตีความ&lt;/span&gt; เข้าใจข้อความที่อ่าน รู้ความหมาย&lt;br /&gt;3.&lt;span style="color:#009900;"&gt;การประเมินข้อความที่ได้อ่าน&lt;/span&gt; นำมาคิด เปรียบเทียบ จำแนกหรือโต้แย้งจากมุมมองของตนเอง และ4. ความสามารถใช้ประโยชน์การอ่าน เช่นกางตำราทำกับข้าว อ่านฉลากก่อนกินยา การอ่านกรอกแบบฟอร์ม&lt;br /&gt;ข้อเสนอการสอนเพื่อส่งเสริมการอ่าน ให้อ่านเร็ว อ่านมาก อ่านยาก อ่านทน อ่านเพราะ อ่านทำนองเสนาะ คือครูต้องปรับการสอนเน้นสื่อสารมากกว่าเน้นไวยากรณ์ เร่งงานวิจัยพัฒนาสร้างหลักสูตรวิธีสอนใหม่ๆให้ได้ผล ครูต้องเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ต้องมีอุปกรณ์ช่วยสอน ต้องใช้ภูมิปัญญาของพ่อแม่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;3.ข้อเสนอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/span&gt; (วิเคราะห์ล่าสุด ณ 23พฤศจิกายน 2550)&lt;br /&gt;ปัญหาการศึกษามีสาเหตุจาก&lt;br /&gt;1.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คุณภาพผู้เรียนตกต่ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;2.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;3.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ยังไม่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างการเรียนรู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;4.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ระบบการศึกษาที่ส่งผลร้ายต่อคุณภาพการศึกษา&lt;/span&gt; เช่น การเลื่อนชั้นอัตโนมัติของนักเรียนขั้นพื้นฐาน ระบบเด็กฝาก&lt;br /&gt;5 &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;โรงเรียนขนาดเล็ก 1ใน 3 อ่อนล้า&lt;/span&gt; และ&lt;br /&gt;6.&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ขาดส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงต้องแก้ไขให้ถูกจุดด้วย&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์หลัก 6 ประการ&lt;/strong&gt;ดังนี้&lt;br /&gt;1) &lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน&lt;/strong&gt; เช่นเด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 1 ปี ก่อนเข้า ป.1 ทบทวนเกณฑ์/ปรับปรุงวิธีการวัดและประเมินผลผู้เรียน เร่งทบทวนเกณฑ์การจบหลักสูตรแต่ละช่วงชั้นและระบบการเรียนแบบหน่วยกิต จัดให้มีระบบแนะแนวให้ผู้เรียนรู้จักตนเองและสาขาอาชีพต่างๆ จัดให้มีศูนย์ข้อมูลกำลังคนอาชีวศึกษา จัดให้มีระบบฐานข้อมูลสาธารณะอุดมศึกษา และจัดการส่งเสริมการอ่านให้เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ&lt;br /&gt;2)&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา&lt;/strong&gt; โดยขอคืนอัตราเกษียณและเกษียณก่อนกำหนด และวงเงินคืน 100% ยกเลิกระบบครูอัตราจ้าง จัดให้มีระบบคัดสรรครูที่มีคุณภาพ ปรับเกณฑ์กำหนดอัตราครูด้วยภาระงานให้ชัดเจน และมีบุคลากรสายสนับสนุนให้เหมาะสมพอเพียง และจัดให้มีสถาบันเฉพาะทางด้านการผลิตและพัฒนาครูเป็นลักษณะสถาบันระดับชาติ (National Institute of Education)&lt;br /&gt;3)&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา&lt;/strong&gt; จัดทำแผนกลยุทธการใช้ICTปรับคุณภาพการสอน ช่วยแก้ปัญหาขาดครูโดยครูสอนนักเรียนจำนวนมากขึ้น ใช้การสร้างคลังข้อมูลจากโรงเรียนชั้นนำ ให้นักเรียนสร้างนวัตกรรมจาก ICT และให้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์National Education Network เร่งจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และระดมบริษัทเอกชนระดับโลกมาร่วมพัฒนา เช่น Intel ® Education Initiative Activities, Microsoft : Partnership in Learning, Google Apps&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4)&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา&lt;/strong&gt; ส่งเสริมสถานศึกษา พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน โดยนำผลคะแนนวัดประเมินผลระดับชาติและผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาประกอบ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพภายนอก จัดระบบคูปองเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้ด้อยโอกาส ขจัดระบบฝากนักเรียนและเก็บเงินบริจาค ยกเลิกระบบสอบผ่านโดยให้ซ่อมเสริมโดยเด็กอ่อนมากให้ซ้ำชั้น ระบบการสอนแบบท่องจำและสอบปรนัย และ ทบทวนระบบการรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนเก่งพิเศษ นักเรียนพิการและนักเรียนด้อยโอกาส&lt;br /&gt;5)&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ&lt;/strong&gt; กระจายอำนาจทั้งด้านวิชาการ บุคลากร งบประมาณและบริหารทั่วไป ส่งเสริมสถานศึกษาที่มีความพร้อมพัฒนาเป็นองค์การมหาชน ส่งเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบทบาทนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยให้มีบทบาทในการบริหารและจัดการศึกษา&lt;br /&gt;6)&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาคุณภาพ&lt;/strong&gt; ให้รัฐกำหนดนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนเอกชน ชุมชน ฯลฯ เข้ามาร่วมจัดการศึกษา มีกลไกส่งเสริมสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษามากขึ้น เช่น ลดหย่อนภาษี พัฒนา ทบทวนกลไกการมีส่วนร่วมบริหารจัดการโดยองค์คณะบุคคลทั้งระดับชาติ และระดับสถานศึกษา และช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนา"ระบบกลุ่มโรงเรียนเป็นฐาน (School System Based Management)"&lt;br /&gt;6) &lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม&lt;/strong&gt; ใช้การศึกษาสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&lt;br /&gt;สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ สร้างบทบาทประชาสังคม ผู้ปกครองและชุมชนร่วมสนับสนุนและตรวจสอบ ส่งเสริมสื่อเพื่อการศึกษา ส่งเสริมบทบาทธุรกิจในการศึกษา และระดมความช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;&lt;vs&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#330033;"&gt;นโยบายทางด้านการศึกษาของพรรคการเมือง (มติชน)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;• &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;พรรคประชาธิปัตย์&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;• 1.ให้เด็กไทยทุกคนเรียนฟรีจริงตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 อย่างมีคุณภาพ&lt;br /&gt;• 2.เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องทำงานเป็น สร้างงานได้ มีงานทำ&lt;br /&gt;• 3.เพิ่มศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านและที่ทำงานทั่วถึง และจะโอนงบประมาณให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามกรอบค่าใช้จ่ายต่อหน่วยที่กำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;• &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;พรรคพลังประชาชน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;• โครงการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับ&lt;br /&gt;รายได้ในอนาคต (กรอ.)&lt;br /&gt;• ให้นักเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเรียนฟรีและแจกอุปกรณ์หนังสือชุดนักเรียนฟรี&lt;br /&gt;• ส่งเสริมให้มีการทำงานและหารายได้เพิ่มในระหว่างการศึกษา&lt;br /&gt;• แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา&lt;br /&gt;• ส่งเสริมศูนย์ซ่อมสร้างโดยนักศึกษาอาชีวศึกษา (Fix It Center) และพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพอาชีวศึกษา&lt;br /&gt;• สร้างคลังความรู้ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ และอุทยานเพื่อการเรียนรู้&lt;br /&gt;• &lt;em&gt;&lt;strong&gt;พรรคชาติไทย&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;• พัฒนาทารกก่อนคลอด สร้างศูนย์เด็กเล็กในที่ทำงาน&lt;br /&gt;• มีกองทุนอาหารกลางวันประจำโรงเรียน&lt;br /&gt;• เปลี่ยนเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูจากแผนการสอนสู่ผลสัมฤทธิ์ของศิษย์ เปลี่ยนบันไดเงินตอบแทน เป็นระบบผลสัมฤทธิ์ และยกเว้นภาษีเงินเดือนครู&lt;br /&gt;• จัดห้องเรียนเฉพาะทางเพื่อเด็กพิการ เด็กพิเศษ เด็กไร้เอกสารแสดงตัว&lt;br /&gt;• เน้นกระจายอำนาจการบริหารแก่ผู้บริหาร ครู และเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับโรงเรียนที่ผ่านและไม่ผ่านการประเมินมาตรฐานจาก สมศ.&lt;br /&gt;• ส่งเสริมให้ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ&lt;br /&gt;• &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;พรรคมัชฌิมาธิปไตย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;• สร้างความเท่าเทียมในการจัดการศึกษาของประเทศ&lt;br /&gt;จัดให้เรียนฟรีจากระดับอนุบาลจนถึงระดับปริญญาตรีของรัฐ&lt;br /&gt;• ยกมาตรฐานการศึกษาเข้าสู่ระดับสากล&lt;br /&gt;• จะไม่นำมหาวิทยาลัยรัฐออกนอกระบบราชการ&lt;br /&gt;• แก้ไขโครงสร้างบุคลากรทางการศึกษา&lt;br /&gt;• เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น&lt;br /&gt;• จัดให้มีสวัสดิการบุคลากรทางการศึกษาให้ดีขึ้น รวมทั้งจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษาให้แก่โรงเรียนของรัฐตามขนาดของโรงเรียน&lt;br /&gt;• &lt;em&gt;&lt;strong&gt;พรรคเพื่อแผ่นดิน&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;• นโยบายความรู้ดี มีความสุข&lt;br /&gt;• มาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกันทั่วประเทศ&lt;br /&gt;• สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปลูกฝังรักการอ่าน&lt;br /&gt;• โรงเรียนสายพันธุ์ไอ พัฒนาสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนพิการและเด็กด้อยโอกาส&lt;br /&gt;• สนับสนุนการอาชีวศึกษาเข้าถึงคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต&lt;br /&gt;• พัฒนาครูอาจารย์ พร้อมจัดสวัสดิการที่เพียงพอ&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อนๆจะเห็นได้ว่าทุกแนวความคิดล้วนแต่เป็นความคิดที่ดีในการแก้ไขปัญหาหมด แต่ทว่ามันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ ทำให้ปัญหานั้นแก้ไม่ได้ซะที และในเมื่อทุกอย่างกระจ่างหมดแล้วทำไมยังต้องมีการรอให้ใครสักคนเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหรือ ปัญหานั้นกำลังถูกแก้ไขอยู่ เพียงแต่รอ ที่จะให้มันแสดงผลหรือ ว่าจะต้องรอเยาวชนรุ่นหน้าเข้ามาสานต่อในการแก้ไขปัญหาต่อไป หรือว่า ทุกๆฝ่ายต้องร่วมมือกันล่ะ ช่วยกันคิดวิเคราะห์ที&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3267214848244067247-2020287367070811081?l=thaishouldknow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/2020287367070811081/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3267214848244067247&amp;postID=2020287367070811081' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/2020287367070811081'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/2020287367070811081'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/2008/08/blog-post_4078.html' title='มาสืบหาต้นตอของปัญหาระบบการศึกษากันเหอะ'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247.post-7711797461879215951</id><published>2008-08-14T02:45:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T02:52:12.628-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระบบการศึกษาไทย'/><title type='text'>ข้อเท็จจริงเรื่องระบบการศึกษาของประเทศไทย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เคยทราบมาว่าการจะแก้ปัญหาระดับชาติอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจำเป็นจะต้องมี 3 สิ่งประกอบกันอย่างลงตัว ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ผู้คิืดริเริ่มจะต้องมี&lt;strong&gt;คุณธรรม&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เป็นคนดี มีจิตอาสา และมีแรงบันดาลใจ&lt;/strong&gt;โดยตรงต่อชีวิตของตัวเอง ที่จะทำเรื่องๆนั้นจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. พวกเขาเหล่านั้นจะต้อง&lt;strong&gt;รู้ข้อเท็จจริง&lt;/strong&gt;อย่างถ่องแท้ เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา ตลอดจนผลกระทบของปัญหาและจะต้องไปหาต้นตอของการแก้ปัญหานั้นที่ไม่สัมฤทธิ์ผลในอดีตให้พบก่อน ดังสุภาษิตจีนที่ว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" รู้เขาในที่นี้ก็เปรียบเสมือนปัญหาอ่ะนะ รู้เราก็หมายถึงรู้ศักยภาพของตัวเราว่าเราทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน แล้วควรจะไปทำอะไร จุดไหนน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. &lt;strong&gt;ความพอดี&lt;/strong&gt; ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดเลยในการแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเลย&lt;br /&gt;ตัวอย่าง เช่น ถ้าเรามี 1 และ 2 แต่เราไม่ได้ยืนอยู่ ณ จุดที่เราเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ ความพยายามของเราที่จะแก้ไขปัญหาก็ไร้ค่า หรือ แม้กระทั่งถ้าหากคนที่มี 1 และ 2 แล้วยืนอยู่ตรงจุดนั้น แต่ไม่มีทรัพยากรและเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหา หรือขาดความร่วมมือในการแก้ปัญหานั้น ก็ไม่สามารถแก้ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น เรื่องแก้ไขปัญหาระดับชาติเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะทำได้ ซึ่งวันนี้ เพื่อนๆหลายๆคน คงจะมีข้อ 1 อยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะขาดข้อ 2 อยู่บ้าง ซึ่งเราก็คงต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ศึกษาข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มกันเลยดีกว่า...........&lt;br /&gt;เราต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความคาดหวังต่อการศึกษาก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย&lt;br /&gt;เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 คนคาดหวังให้รู้พออ่านออกเขียนได้และสามารถประกอบอาชีพ&lt;br /&gt;ยุค พ.ศ.2500 รู้เอาตัวรอดทันผู้คนในสังคม&lt;br /&gt;ยุค พ.ศ. 2525 ต้องจัดการความรู้ในองค์กร&lt;br /&gt;ยุค พ.ศ. 2540 สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&lt;br /&gt;ยุค พ.ศ.2550 รู้ดีเยี่ยมแข่งขันได้ในเวทีโลก และในยุคต่อไปล่ะ??? .......&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประเมินการศึกษาไทย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การประเมินผลคุณภาพหรือการจัดการศึกษาของแต่ละประเทศ สามารถดำเนินการได้หลายวิธี ตั้งแต่วิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อน กระบวนการที่เปรียบเทียบกันระหว่างประเทศ ใช้วิธีประเมินตนเอง หรือใช้การวิจัยสังเคราะห์ ในส่วนของประเทศไทยได้มีการประเมินคุณภาพและการบริหารจัดการการศึกษาสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;1.ใช้ดัชนีIMD (International Institute for Management Development)&lt;/span&gt; วัดความสามารถแข่งขันของประเทศโดยดูจาก4องค์ประกอบ20ดัชนีซึ่งรวมสมรรถนะด้านการศึกษาไว้ด้วย องค์ประกอบที่ใช้วัดวัดความสามารถแข่งขันของประเทศ ได้แก่&lt;br /&gt;1) สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ( 5 ดัชนี: 1. เศรษฐกิจภายใน 2. การค้าระหว่างประเทศ 3.การลงทุนระหว่างประเทศ 4.การจ้างงาน และ 5. ค่าครองชีพ )&lt;br /&gt;2) ประสิทธิภาพของภาครัฐ (5 ดัชนี : 1. การเงินภาครัฐ 2. นโยบายการคลัง&lt;br /&gt;3. กรอบดำเนินงานด้านสถาบัน 4. กฎระเบียบด้านธุรกิจและ 5. กรอบการดำเนินงานด้านสังคม)&lt;br /&gt;3) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (5 ดัชนี: 1. ผลิตภาพและประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;2. ตลาดแรงงาน 3. การเงิน 4. การบริหารจัดการ และ 5. ทัศนคติและค่านิยม )&lt;br /&gt;4) โครงสร้างพื้นฐาน (5 ดัชนี: 1. โครงสร้างพื้นฐาน 2. โครงสร้างเทคโนโลยี&lt;br /&gt;3. โครงสร้าง 4. สุขภาพและสิ่งแวดล้อม และ 5. การศึกษา )&lt;br /&gt;ซึ่งผลการประเมินปี 2007 พบว่าประเทศไทยได้คะแนนเพียง 57.758 ห่างจากอันดับ สหรัฐอเมริกาที่ได้ร้อยคะแนนเต็มเกือบเท่าตัว&lt;br /&gt;ดัชนีIMDวัดความสามารถแข่งขันของประเทศโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา ดัชนี 10 ตัว&lt;br /&gt;จากดัชนีIMDด้านการศึกษาของประเทศไทยพบว่า&lt;br /&gt;1)อัตราส่วนนักเรียนต่อครูประถม ครู1คนต้องรับภาระนักเรียน : ปี2550 ไทยได้อันดับที่ 43 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ครู 1คน ต่อ นักเรียน 20.68 คน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;2) อัตราส่วนนักเรียนต่อครูมัธยม ครู1คนต้องรับภาระนักเรียน : ปี2550 ไทยได้อันดับที่ 48 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ครู 1คน ต่อ นักเรียน 21 คน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;3) อัตราเข้าเรียนมัธยมสุทธิ จำนวนนักเรียนมัธยมอายุ12-17ปีที่เรียนเต็มเวลาต่อประชากรวัยเรียนเดียวกัน : ปี2550 ไทยได้อันดับที่ 46 &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;อัตราเข้าเรียนร้อยละ 72&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;4) อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ใหญ่อายุ15ปีขึ้นไป: ปี2550 ไทยได้อันดับที่ 43 &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ใหญ่ร้อยละ7.4&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;5) การลงทุนทางการศึกษา จากค่าใช้จ่ายการศึกษาของรัฐต่อผลิตเกณฑ์มวลรวมในประเทศหรือGDP : ปี2550 ไทยได้อันดับที่42 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ลงทุนการศึกษาร้อยละ4.1ของGDP&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;6) ผลสัมฤทธิ์อุดมศึกษา จำนวนประชากรอายุ25-34ปีที่จบอุดมศึกษา: ปี2550 ไทยได้อันดับที่39&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; อัตราผู้สำเร็จอุดมศึกษาร้อยละ18&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;7) การถ่ายโอนความรู้ระหว่างภาคธุรกิจกับมหาวิทยาลัย การศึกษาตอบสนองภาคธุรกิจ ตลาดแรงงาน : ปี2550 ไทยได้อันดับที่42 มีการถ่ายโอน 3.63 คะแนน&lt;br /&gt;8) การตอบสนองความสามารถในการแข่งขันของระบบการศึกษา : ปี2550 ไทยได้อันดับที่38 การตอบสนองได้ 3.83 คะแนน&lt;br /&gt;9) การตอบสนองความสามารถในการแข่งขันของการศึกษาระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยสนองต่อภาคเศรษฐกิจและการแข่งขัน : ปี2550 ไทยได้อันดับที่39 การตอบสนองได้ 4.46 คะแนน&lt;br /&gt;10) ทักษะด้านภาษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการ : ปี2550 ไทยได้อันดับที่48 ทักษะด้านภาษาได้ 3.71 คะแนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;2. ประเมินการศึกษาไทยด้วยวิธีของThe OECD Programme for International Student Assessment (PISA) :&lt;/span&gt; วัดคุณภาพนักเรียน พบว่า จากรายได้ประชาชาติ ปี2003 ประเทศไทยมีอัตราส่วนงบประมาณการศึกษาต่อรายได้ประชาชาติอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยหรือคาบเส้น คะแนนการอ่าน ไทยลำดับที่32หรือ431คะแนนจาก41ประเทศ (ปี2000) คะแนนคณิตศาสตร์ ไทยลำดับที่ 32 จาก41ประเทศ ปี2000 คะแนนวิทยาศาสตร์ ไทยลำดับที่32 จาก41ประเทศ ปี2000 ทักษะการแก้ปัญหา ไทยลำดับที่ 34 ปี2003 และ ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐาน ปี2003 ไทยไม่ขาดแคลน&lt;br /&gt;จากการประเมินของPISA ได้ระบุถึงปัจจัยส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กไทยดังนี้&lt;br /&gt;1 ) เวลาเรียนของนักเรียนไทยน้อยกว่าที่อื่น&lt;br /&gt;2) ด้าน ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานเช่นงบประมาณ อาคาร สถานที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับ คะแนนคณิตศาสตร์ แต่ ทรัพยากรการเรียนเช่นสื่อการการสอน หนังสือเรียน ส่งผลต่อผลการเรียนรู้โดยตรง&lt;br /&gt;3 ) ขาดครูที่สามารถสอนได้ดี และ&lt;br /&gt;4 ) ภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว&lt;br /&gt;PISAยัง พบจุดอ่อนการเขียนของนักเรียนไทยอายุ15ปีหลายประเด็นได้แก่เขียนหนังสือผิดและสะกดผิดพบมากที่สุด ใช้คำผิด ไม่สามารถแยกแยะระหว่างภาษาพูดกับภาษาเขียน เรียงประโยคไม่เป็น เขียนไม่เป็นประโยค และเรียบเรียงความคิดลงเป็นการเขียนไม่ได้ วกวน หาจุดสำคัญไม่ได้ Lack of writing skill&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของธนาคาร(World Bank)วัดจากการกระจายการใช้งบประมาณเพื่อการศึกษา พบว่าไทยจัด งบประมาณในระดับมัธยมศึกษาน้อยกว่าระดับอุดมศึกษา ซึ่งน่าจะปรับให้มากขึ้นในระดับมัธยมศึกษาที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน&lt;br /&gt;4. วัดจากงบประมาณการศึกษาในช่วงปี 2000-2008 พบว่าปี 2549 สัดส่วนต่อGDPเท่ากับร้อยละ3.41 ปี2550 สัดส่วนเท่ากับร้อยละ3.86 และ ปี2551สัดส่วนเท่ากับร้อยละ 3.32 ซี่งสรุปต่ำกว่าเกณฑ์ทุกปี แต่ยูเนสโกแนะนำงบการศึกษาต่อGDPที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับสัดส่วนร้อยละ 8&lt;br /&gt;5. ยูเนสโกวัดจากดัชนีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเทศไทยอยู่อันดับ61จาก190 ประเทศ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3267214848244067247-7711797461879215951?l=thaishouldknow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/7711797461879215951/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3267214848244067247&amp;postID=7711797461879215951' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/7711797461879215951'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/7711797461879215951'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/2008/08/blog-post_14.html' title='ข้อเท็จจริงเรื่องระบบการศึกษาของประเทศไทย'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247.post-4910169557445558204</id><published>2008-08-14T02:14:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T02:52:41.914-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Teacup Society'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thailand'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='members'/><title type='text'>What’s Teacup Society?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;What’s Teacup Society? Who are we? What do we do? &gt;&gt; &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.teacupsociety.org/"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;http://www.teacupsociety.org/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;Concern สำหรับโครงการ Teacup Society&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;ในอนาคตเมื่อองค์กรของเรามีคนรู้จักเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าจะต้องมีคนสนใจมาเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอีก แต่เราจะมีวิธีการรับสมาชิกเพิ่มอย่างไร?&lt;br /&gt;1. ถ้าTeacup Society ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายถึง มีสมาชิกมากขึ้นมากในระยะเวลาสั้น ความหลากหลายทางแนวคิดของคนในองค์กรก็จะเพิ่มมากขึ้น การบริหารจัดการก็จะยากขึ้น ความคิืดเห็นมีโอกาสแตกเป็นเสี่ยงๆ เพิ่มความยากในการบริหารแบบประชาธิปไตยโดยตรง เพราะฉะนั้นนอกจากที่ตัวองค์กรจะต้องมีเป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว ในตัวแต่ละฝ่ายย่อยๆ ยังต้องมีพันธกิจที่ชัดด้วย และทุกฝ่ายยังต้องเข้าใจเป้าหมายตรงกัน และฝ่ายประสานงานจะเพิกเฉยละเลยต่อหน้าที่ไม่ได้เลย ทั้งนี้ก็เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง และเดินไปสู่เป้าที่วางไว้ในแต่ละปี&lt;br /&gt;2. ประการที่สอง ถ้าเราเลือกจะขยาย Teacup Society อย่างช้าๆ จำนวนคนที่น้อยอยู่แล้ว และอยู่กระจัดกระจายกันตามประเทศต่างๆจะเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานหรือไม่ และImpactต่อสังคมจะมีน้อยตามจำนวนคนหรือไม่ หรือว่าจะต้องใช้เวลายาวนานนับสิบปีในการสร้างImpactให้กับสังคม?&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3267214848244067247-4910169557445558204?l=thaishouldknow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/4910169557445558204/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3267214848244067247&amp;postID=4910169557445558204' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/4910169557445558204'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/4910169557445558204'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/2008/08/whats-teacup-society.html' title='What’s Teacup Society?'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3267214848244067247.post-1290477788724473813</id><published>2008-08-13T23:04:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T02:53:07.817-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลูกข้าว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีการเพิ่มผลผลิตต่อนาข้าว'/><title type='text'>วิธีการปลูกข้าว โดย นายประพาส วีระแพทย์ และวิํธีการง่ายๆในการเพิ่มผลผลิตต่อนาข้าว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การทำนา หมายถึง การปลูกข้าว การปลูกข้าวในประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น ๓ วิธีด้วยกันดังนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/#การปลูกข้าวไร่"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การปลูกข้าวไร่&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/#การปลูกข้าวนาดำ"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การปลูกข้าวนาดำ &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/#การปลูกข้าวนาหว่าน"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การปลูกข้าวนาหว่าน &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ถ้าเพื่อนๆอยากรู้รายละเอียดว่าเป็นไง ก็ลองคลิ๊กไปดู ซึ่งเราเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่ผอ เราได้บอกไว้ว่าถ้าเราสามารถทำให้ชาวนาไทยผลิตข้าวได้เพิ่มสองเท่าก็น่าจะทำให้ชาวนาไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น และวิำ๊ถีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้&lt;br /&gt;จากที่เราได้อ่านวิธีการปลูกข้าวต่างๆนี้แล้ว เราคิดว่าวิธีหนึ่งที่ชาวนาทำได้และง่ายที่สุดตอนนี้ ก็คือ &lt;strong&gt;"การคัดเลือกเมล็ดพันธ์ข้าว"&lt;/strong&gt;ก่อนนำไปปลูก ในอนาคตน่าจะมีหน่วยงานที่จัดการเรื่องเมล็ดพันธ์เหล่านี้ให้ชาวนา เพราะในปัจจุบัน ชาวนาไทยไม่มีความรู้เรื่องพันธ์ข้าวอย่างแท้จริง ได้เมล็ดพันธ์มาก็นำทั้งหมดนั้นไปปลูกในนาข้าวซะเลย ไม่มีการคัดเลือกก่อน ซึ่งถ้าเรามีการคัดเลือกก่อนก็จะทำให้เพิ่มผลผลิตต่อนาไ้ด้อีกมาก ข้าวก็เหมือนพืชทั่วๆไปแหล่ะ มีทั้งยีนส์เด่นและยีนส์ด้อย ตามกฎของเมนเดล บิดาแห่งวิชาัพันธุศาสตร์บอกว่า ถ้าเราปล่อยให้พันธ์มันcrossingกันเอง เราก็จะได้ทั้งพันธ์ที่เด่นนำและพันธ์ที่ด้อยไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าการคัดเลือกเมล็ดพันธ์ที่สมบูรณ์และนำไปปลูกเป็นกล้าก่อน และค้นหาพันธ์เด่นแท้อีกทีในอีกรุ่นหนึ่ง ก่อนนำไปปลูกในนาข้าว เราก็จะได้นาข้าวที่มีผลผลิตมากสมใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name="การปลูกข้าวไร่"&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;นี่ยังไม่รวมเรื่องการเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการชลประทานอะไรต่างๆนะ&lt;br /&gt;ใครรู้จักชาวนาช่วยนำเรื่องนี้ไปบอกที&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;object width="320" height="266" class="BLOG_video_class" id="BLOG_video-e6723d0cca7f275c" classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/get_player"&gt;&lt;param name="bgcolor" value="#FFFFFF"&gt;&lt;param name="allowfullscreen" value="true"&gt;&lt;param name="flashvars" value="flvurl=http://v2.nonxt2.googlevideo.com/videoplayback?id%3De6723d0cca7f275c%26itag%3D5%26app%3Dblogger%26ip%3D0.0.0.0%26ipbits%3D0%26expire%3D1329982987%26sparams%3Did,itag,ip,ipbits,expire%26signature%3D4F20FDC2009B2F2F6076A4324C006D0983E4272A.79137E4EC2D518E94B38F8B6F1BFDECA4F48C80D%26key%3Dck1&amp;amp;iurl=http://video.google.com/ThumbnailServer2?app%3Dblogger%26contentid%3De6723d0cca7f275c%26offsetms%3D5000%26itag%3Dw160%26sigh%3DTgUKZHoaVY-koe8qjEMIa_y1P8I&amp;amp;autoplay=0&amp;amp;ps=blogger"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/get_player" type="application/x-shockwave-flash"width="320" height="266" bgcolor="#FFFFFF"flashvars="flvurl=http://v2.nonxt2.googlevideo.com/videoplayback?id%3De6723d0cca7f275c%26itag%3D5%26app%3Dblogger%26ip%3D0.0.0.0%26ipbits%3D0%26expire%3D1329982987%26sparams%3Did,itag,ip,ipbits,expire%26signature%3D4F20FDC2009B2F2F6076A4324C006D0983E4272A.79137E4EC2D518E94B38F8B6F1BFDECA4F48C80D%26key%3Dck1&amp;iurl=http://video.google.com/ThumbnailServer2?app%3Dblogger%26contentid%3De6723d0cca7f275c%26offsetms%3D5000%26itag%3Dw160%26sigh%3DTgUKZHoaVY-koe8qjEMIa_y1P8I&amp;autoplay=0&amp;ps=blogger"allowFullScreen="true" /&gt;&lt;/object&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3267214848244067247-1290477788724473813?l=thaishouldknow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='enclosure' type='video/mp4' href='http://www.blogger.com/video-play.mp4?contentId=e6723d0cca7f275c&amp;type=video%2Fmp4' length='0'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/feeds/1290477788724473813/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3267214848244067247&amp;postID=1290477788724473813' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/1290477788724473813'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3267214848244067247/posts/default/1290477788724473813'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaishouldknow.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='วิธีการปลูกข้าว โดย นายประพาส วีระแพทย์ และวิํธีการง่ายๆในการเพิ่มผลผลิตต่อนาข้าว'/><author><name>Ying</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09448462292546476819</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='18' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_FAufozDhWqg/TJ5qW_otsrI/AAAAAAAAAcY/ZCpX9SuEGsA/S220/n1084230384_30377756_1003433.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
